คลังความรู้

ถังเหล็กเคลือบแก้ว Steel Tank

3/25/2026

ถังเหล็กเคลือบแก้ว Steel Tank

ถังเคลือบแก้ว (Glass-Lined Steel Tank) เป็นถังที่มีความแข็งแรงสูง ใช้สำหรับบรรจุสารเคมีได้จำนวนมาก โดยเฉพาะใช้เก็บสารเคมีที่มีการกัดกร่อน เนื่องจากถังเหล็กชนิดนี้ทนต่อการกัดกร่อนได้เกือบทุกสารเคมี นิยมใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ถัง เคลือบ แก้ว ผลิตโดยใช้วัสดุสองชนิด คือ เหล็กกล้าชนิดพิเศษ และสารเคลือบแก้วบนถังที่เรียกว่า Glass-Coating โดยใช้สารเคลือบแก้ว เคลือบไปยังผิวชั้นในที่เรียกว่า Glass Lining และ และใช้สารเคลือบแก้วเคลือบด้านนอกที่เรียกว่า Glass Steel เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ถัง เพื่อป้องกันการกระแทก ช่วยป้องกันความเสียหายให้ถังเหล็กได้อย่างดี

ถังเหล็กเคลือบแก้ว Steel Tank

โครงสร้างหลักของถังเหล็กกล้า และ สารเคลือบแก้ว?

  1. การเคลือบผิวชั้นใน Glass Lining สารเคลือบแก้วเป็นสารที่แห้งตัวแล้วจะไม่มีการดูดซึมแต่อย่างใด ยกตัวอย่างสารเคมีชนิดที่มีการกัดกร่อนสูงถูกเก็บ ตัวสารเคลือบแก้วเองจะไม่มีการดูดซึม รวมถึงช่วยป้องกันผิวของตัวถังเหล็กไม่ให้เกิดการกัดกร่อน เกิดการผุทำให้ของที่เก็บเกิดความเสียหาย
  2. การเคลือบผิวชั้นนอก (ภายนอกถังเหล็กทั้งหมด) Glass Steel จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง เช่น การกระแทกระหว่างการทำงานที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกวัน ป้องกันรอยบุบ หรือ ป้องกันจากสิ่งที่ทำให้ถังเหล็กกล้า เกิดรอยรั่วได้

สารเคลือบแก้วบนถังผลิตมาจากอะไร

ถังเหล็กเคลือบแก้ว Steel Tank

สารเคลือบแก้วที่ใช้เคลือบบนถังเหล็กกล้า (Glass Lining) ไม่ใช่เพียงสารเคลือบแก้วธรรมดา (สารกระจก) ไม่เหมือนที่ใช้เคลือบบนผิวรถยนต์ เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนทั่วไป แต่เป็นสารเคลือบแก้วที่มีสูตรพิเศษ Enamel Glass Frit ที่ออกแบบมาเพื่อทนต่อสารเคมีเกือบทุกชนิด และมีความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ และทำมาเพื่อยึดเกาะกับเหล็กได้อย่างดี

องค์ประกอบสารเคลือบแก้วบนเหล็กมีอะไรบ้าง?

  1.  ซิลิกา Silica O2 เป็นโครงสร้างหลักของแก้ว ให้ความแข็งแรงต่อผิวที่ใช้เคลือบ และ ทนต่อสารเคมี
  2. โบรอนไตรออกไซด์ B2O3 ช่วยในการลดอุณหภูมิในขั้นตอนหลอม มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแบบฉับพลัน
  3. ออกไซด์ของโลหะ
  4. โซเดียมออกไซด์ Na2O
  5. โพแทสเซียมออกไซด์ K2O
  6. แคลเซียมออกไซด์ CaO
  7. อะลูมินา ช่วยในการเพิ่มความแข็งแรงต่อการสึกหรอระหว่างใช้งานถังเหล็ก
  8. สารช่วยยึดเกาะ Adhesion promoters โคบอลต์ออกไซด์ & นิกเกิลออกไซด์
  9. สารปรับคุณสมบัติพิเศษ เพิ่มความทนต่อกรน รวมถึงความด่างที่เฉพาะทาง และในการปรับสีของถังเหล็กให้มีความเหมาะสมตามต้องการ
ถังเหล็กเคลือบแก้ว Steel Tank

จากภาพพวกคุณจะเห็นว่าถังเหล็กกล้า จะมีโครงสร้างหลายชั้น

  1. ชั้นเหล็ก (Steel Sub strate) เป็นโครงสร้างหลักของตัวถังช่วยทำหน้าที่รับแรงดัน  น้ำหนัก รวมถึงแรงกระแทก
  2. ชั้นเคลือบแก้ว (Glass Enamel Coating) จะเคลือบสารอยู่ด้านใน บางประเภทอาจเคลือบทั้งสองด้าน ซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นที่สัมผัสกับของเหลวโดยตรง มีลักษณะที่เรียบเงาไม่มีการดูดซึม
  3. ชั้นยึดเกาะ (Fusion Layer) กระบวนการนี้เกิดจาการเผาที่อุณหภูมิ 800-900c ทำให้สารเคลือบแก้วหลอมติดกับผิวของถังเหล็ก กลายเป็นเนื้อเดียวกัน

กระบวนการเคลือบแก้วบนถังเหล็กมีขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมผิวของเหล็ก พ่นทราย และทำความสะอาดผิวให้มีความหยาบเล็กน้อย เพื่อทำให้สารเคลือบแก้ว ยึดเกาะผิวเหล็กได้ดี
  2. พ่นผงแก้ว Glass Frit ซึ่งสารตัวนี้จะมีซิลิกา รวมถึงแร่ต่างๆที่มีความพิเศษ
  3. จากนั้นนำไปเผาที่มีอุณหภูมิสูง เฉลี่ยที่ 800-900c ขั้นตอนนี้จะทำให้แก้วหลอมติดกับถังเหล็กอย่างถาวร
  4. ตรวจสอบถัง และเคลือบต่ออีก 2-3 ชั้น ตามการใช้งาน เพื่อเพิ่มความทนทานให้แก่ถังเหล็ก ก็จะกลายเป็นถังเหล็กเคลือบแก้วโดยสมบูรณ์แบบ

ถังเหล็กเคลือบแก้วในปัจจุบันนั้น ถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรมเช่นกัน ยกตัวอย่าง ระบบบำบัดน้ำเสีย อุตสาหกรรมเคมี ใช้ทำถังหมักชีวภาพ เนื่องจากตัวถังมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถทนต่อกรด ความด่างที่สูง ป้องกันการกัดกร่อน และมีอายุการใช้งานได้ถึง 30กว่าปีโดยเฉลี่ย แต่ถึงอย่างนั้น ถังเหล็กเคลือบแก้ว ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เช่นมีราคาที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบถังเหล็กวัสดุอื่นๆ แถมยังมีน้ำหนักมาก ก็ขึ้นอยู่กับผู้เลือกใช้อีกเช่นกัน แต่สำหรับอุตสาหกรรมเคมีแล้ว ถังเหล็กเคลือบแก้ว นับเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในการเลือกใช้งานระยะยาว

ถังเหล็กเคลือบแก้ว Steel Tank | Global Plus Solution